4 สูตรขนมสร้างอาชีพ ทำกินก็ง่าย ทำขายก็กำไรดี

     สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ วันนี้เรามี 4 สูตรขนมสร้างอาชีพ มาฝากเพื่อน ๆ ด้วยค่ะ เป็นสูตรขนมทำขาย สร้างอาชีพให้กับเพื่อน ๆ ได้เลยนะคะ เพื่อน ๆ จะทำทานก็ง่าย ทำขายก็ได้กำไรงามเลยล่ะค่ะ ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีสูตรไหนมาฝากเพื่อน ๆ บ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

4 สูตรขนมสร้างอาชีพ ทำกินก็ง่าย ทำขายก็กำไรดี

โดนัท 4 สูตรขนมสร้างอาชีพ

สูตรที่ 1 โดนัทน้ำตาล

     สูตรโดนัทน้ำตาล เป็นสูตรจาก “กระปุกดอทคอม” ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

ส่วนผสม

     – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 500 กรัม

     – ผงฟู 8 กรัม

     – นมผง 40 กรัม

     – น้ำตาลไอซิ่ง 240 กรัม

     – เกลือ 2 ช้อนชา

     – น้ำ 300 กรัม

     – ไข่ไก่ (ไข่ทั้งฟองตีให้เข้ากัน) 160 กรัม

     – น้ำมันพืช 60 กรัม

     – สีผสมอาหารสีเหลือง 12 หยด

     – น้ำมันพืช (สำหรับทอด)

     – น้ำตาลทราย (สำหรับคลุก)

วิธีทำ

     1. เริ่มจากการร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู นมผง และน้ำตาลไอซิ่งเข้าด้วยกัน แล้วเติมเกลือลงไปค่ะ

     2. เติมน้ำ ไข่ไก่ น้ำมันพืช และสีผสมอาหารสีเหลืองลงในส่วนผสมแป้ง คนเบา ๆ จนส่วนผสมเนียนเป็นเนื้อเดียวกัน พักไว้ประมาณ 15 นาที

     3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันลงไปใช้ไฟปานกลาง นำส่วนผสมเทลงเครื่องหยอดโดนัท กดลงบนน้ำมันที่ร้อนได้ที่ เมื่อโดนัทลอยขึ้นให้พลิกกลับด้าน ทำการทอดจนมีสีเหลืองสวยทั้งชิ้น ตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน

     4. นำไปคลุกน้ำตาลทรายขณะยังอุ่น เพียงเท่านี้เราก็จะได้โดนัทน้ำตาลแล้วค่ะ

ชีสทาร์ต

สูตรที่ 2 ชีสทาร์ตญี่ปุ่น

     สูตรขนมชีสทาร์ตญี่ปุ่น เป็นสูตรจาก “คุณ Poppy farm สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม” ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

ส่วนผสม

     1. ส่วนผสม แป้งทาร์ต

     – แป้งสาลีอเนกประสงค์ 85 กรัม

     – น้ำตาลทราย 20 กรัม

     – เกลือ 1/4 ช้อนชา

     – เนยจืดเย็น 42 กรัม

     – ไข่แดง 1 ฟอง

     – นมสด 1/2 ช้อนชา

     2. ส่วนผสม ครีมชีสคัสตาร์ด

     – ครีมชีส 110 กรัม

     – พาร์มีซานชีส 8 กรัม

     – เนยจืด 20 กรัม

     – นมสด 50 กรัม

     – แป้งข้าวโพด 4 กรัม

     – ไข่ไก่ 1/2 ฟอง

     – วานิลลา 1/4 ช้อนชา

     – น้ำตาลทราย 25 กรัม

วิธีทำ

     1. เริ่มจากการทำแป้งทาร์ต โดยผสมแป้ง น้ำตาลทราย และเกลือ คนให้เข้ากัน จากนั้นใส่เนยจืดเย็นลงไป ต้องใช้เนยเย็นเท่านั้นนะคะ แล้วคนให้เข้ากัน คน ๆ บี้ ๆ เนยจนออกร่วน ๆ แบบทรายนะคะ แล้วใส่ไข่แดงและนมจืด นวดให้เข้ากัน นวดจนเนียนดังรูป แล้วห่อด้วยพลาสติก นำไปแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา 1 ชั่วโมง

     2. ขั้นตอนต่อมา ให้ทาพิมพ์ด้วยเนยจืดก่อน แล้วกรุด้วยแป้งทาร์ตประมาณ 25 – 30 กรัม แล้วแต่ขนาดของพิมพ์ พยายามเกลี่ยแป้งให้เท่า ๆ กันตลอดพิมพ์นะคะ หลังจากนั้นให้ใช้ส้อมจิ้มไปทั่วแป้ง แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 180 องศาเซลเซียส ประมาณ 15 นาที

     3. ต่อมาเป็นการทำครีมชีสคัสตาร์ดค่ะ ต้องทำครีมชีสบนอ่างน้ำร้อนนะคะ โดยผสมครีมชีส พาร์มีซานชีส และเนยจืดลงในอ่างผสม จากนั้นใส่ไข่ครึ่งฟอง (ตีไข่ให้แตกก่อนนะคะ) แล้วตีให้เข้ากัน จากนั้นละลายแป้งข้าวโพดและนมสด แล้วเทผสมกับครีมชีส คนให้เนียนเลยนะคะ ใส่น้ำตาลทรายและวานิลลา คนต่อไปเรื่อย ๆ จนครีมเริ่มหนืด

     4. เอาครีมชีสใส่ถุงบีบ ถ้าใครไม่มีใช้ช้อนตักได้เลยจ้า บีบครีมลงบนแป้งทาร์ตที่อบแล้ว ตามด้วยการทาหน้าขนมด้วยไข่แดง แล้วนำไปอบที่อุณหภูมิ 220 องศาเซลเซียส ประมาณ 12-15 นาที หรือจนหน้าขนมเหลืองสวยค่ะ เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ

ไดฟุกุ 4 สูตรขนมสร้างอาชีพ

สูตรที่ 3 ไดฟูกุสตรอเบอร์รี่ชาเขียวถั่วแดง

     สูตรขนมไดฟูกุสตรอว์เบอร์รีชาเขียวถั่วแดง เป็นสูตรจาก “คุณสมาชิกหมายเลข 3128333 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม” ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

ส่วนผสม

     – สตรอเบอร์รี่

     1. ส่วนผสม ไส้ถั่วแดงกวน

     – ถั่วแดงหลวง 200 กรัม

     – น้ำสะอาด 1.5 ลิตร (สำหรับต้ม)

     – น้ำตาลทรายแดง 160 กรัม

     – เนยสดจืด 30 กรัม

     – เกลือ 1/2 ช้อนชา

     2. ส่วนผสม แป้งไดฟูกุ

     – แป้งข้าวเหนียว 150 กรัม

     – แป้งข้าวโพด 20 กรัม

     – ผงชาเขียว 8 กรัม

     – น้ำตาลทรายป่นละเอียด 70 กรัม

     – น้ำสะอาด 250 กรัม

     – แป้งมัน สำหรับทำแป้งนวล 100 กรัม

วิธีทำ

     1. เริ่มจากการทำไส้ถั่วแดงกวน โดยล้างถั่วแดงหลวงให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง หรือค้างคืน นำถั่วแดงที่แช่ครบเวลาแล้วมาล้างน้ำให้สะอาดอีกครั้งก่อนนำไปต้ม เพื่อถั่วแดงกวนจะได้ไม่บูดง่ายค่ะ

     2. ใส่ถั่วแดงลงในหม้อ เติมน้ำ 1.5 ลิตร ต้มไฟอ่อนประมาณ 60 – 90 นาที ต้มจนถั่วแดงเปื่อยนิ่มและน้ำแห้งลง ยกลงจากเตาพักให้เย็น จากนั้นพักให้ถั่วแดงเย็นแล้วนำไปปั่น แล้วตั้งกระทะใช้ไฟอ่อน ใส่เนยลงไป ผัดจนเนยละลาย ใส่ถั่วแดงที่ปั่นแล้วลงไป พร้อมน้ำตาลทรายแดงและเกลือ กวนจนถั่วแดงแห้ง ไม่ติดกระทะนะคะ (เราทำไดฟูกุเลยต้องกวนให้แห้ง จะได้ปั้นง่าย ไม่ติดมือ และขึ้นรูปสวย แต่ถ้าใช้อย่างอื่น เช่น ราดไอศกรีมไม่ต้องกวนแห้ง) จากนั้นพักถั่วแดงให้เย็นแล้วค่อยเอาไปปั้น

     3. นำสตรอเบอร์รี่มาตัดหัวล้างให้สะอาด แล้วนำถั่วแดงกวนมาปั้นหุ้มสตรอเบอร์รี่ แล้วพักไว้

     4. ทำแป้งไดฟูกุ โดยนำแป้งมันไปคั่วในกระทะประมาณ 10 – 15 นาที เพื่อทำแป้งนวล

     5. ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวโพด น้ำตาลทราย และผงชาเขียว คนผสมให้เข้ากัน เติมน้ำลงไป แล้วคนผสมจนเข้ากันและแป้งไม่เป็นเม็ด จากนั้นนำเข้าไมโครเวฟ 3 – 4 นาที หรือจะนำเข้าครั้งละ 1 นาทีก็ได้ค่ะ แล้วเอาออกมาแซะขอบแล้วนำเข้าไมโครเวฟใหม่จนครบเวลา หรือรอจนแป้งสุกทีเดียวก็ได้ แล้วนำก้อนแป้ใส่ลงในแป้งนวล

      6. ตัดแบ่งเป็นก้อน ๆ แล้วนำไปรีดให้เป็นแผ่นบาง ๆ จากนั้นเอาไปหุ้มไส้ที่เราทำเตรียมไว้  เพียงเท่านี้เราก็จะได้ขนมไดฟุกุสตรอเบอร์รี่ชาเขียวถั่วแดงแล้วค่ะ

ขนมเปี๊ยะ

สูตรที่ 4 ขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวา

     สูตรขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวา เป็นสูตรจาก “คุณศิริกัญ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม” ไปดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลยค่ะ

ส่วนผสม

     1. ส่วนผสม ไส้ไข่เค็มลาวา

     – ไข่เค็มแดงสุก 18 ฟอง (นำไปเวฟ 1 นาที หรือนำไปนึ่ง)

     – วิปปิ้งครีม  250 กรัม

     – นมข้นหวาน 100 กรัม

     – กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา

     – เกลือ 1/4 ช้อนชา

     – ผงคัสตาร์ด 50 กรัม

     – เนยเค็มละลาย 70 กรัม

     2. ส่วนผสม แป้งชั้นนอก

     – แป้งอเนกประสงค์ (ตราว่าว) 120 กรัม

     – แป้งเค้ก 80 กรัม

     – น้ำตาลทราย 35 กรัม

     – เกลือป่น 1/4 ช้อนชา

     – เนยรำข้าว 25 กรัม

     – น้ำมันพืช 25 กรัม

     – น้ำเปล่า 75 กรัม

     3. ส่วนผสม แป้งชั้นใน

     – แป้งอเนกประสงค์ (ตราว่าว) 70 กรัม

     – แป้งเค้ก 30 กรัม

     – น้ำมันพืช 20 กรัม

     – เนยรำข้าว 20 กรัม

     4. ส่วนผสม ไข่แดงทาหน้าขนม

     – ไข่แดง 1 ฟอง

     – สีผสมอาหารสีเหลือง 1/2 ช้อนชา

     – น้ำเปล่า 1/2 ช้อนชา

     – น้ำมันพืช 3-4 หยด

     – งาขาวคั่ว

วิธีทำ

     1. เริ่มจากนำไข่เค็มแดงไปนึ่งหรือเข้าไมโครเวฟให้สุก แล้วนำมาบดหยาบ ๆ แล้วนำส่วนผสมทั้งหมดใส่โถปั่นให้ละเอียด จากนั้นปั่นส่วนผสมเสร็จแล้วเทใส่กล่องปิดฝา นำไปแช่ช่องแข็งข้ามคืน

     2. หลังจากแช่แข็งข้ามคืนเรียบร้อย วันรุ่งขึ้นใช้ที่ตักไอศกรีม ปั้นเป็นลูก ๆ ขนาด 23 -25 กรัม ประมาณ 28-29 ลูก นำไส้ที่เราปั้นเสร็จแล้วไปแช่ช่องแข็งอีก 30 นาที หลังจากนั้นก็นำมาห่อได้เลยค่ะ

     3. เตรียมไข่แดงสำหรับทาหน้าขนม โดยผสมไข่แดง หยดสีผสมอาหารสีเหลือง เติมน้ำเปล่า ใส่น้ำมันพืช คนให้เข้ากัน

     4. มาทำแป้งขนมเปี๊ยะต่อนะคะ ทำแป้งชั้นนอกโดยร่อนแป้งทั้ง 2 ชนิดรวมกัน ใส่เกลือลงไปด้วยตอนร่อน และเตรียมภาชนะสำหรับนวด แล้วนำน้ำตาลทรายและน้ำเปล่า ผสมรวมกัน คนให้น้ำตาลละลาย ใส่ส่วนผสมทุกอย่างลงในภาชนะแล้วนวดจนแป้งเนียนนุ่ม ไม่ติดมือ ใช้เวลาประมาณ 25-30 นาที นวดเสร็จแล้วให้ใช้พลาสติกคลุมไม่ให้อากาศเข้า พักแป้งไว้ 30 นาที จากนั้นทำแป้งชั้นในโดยร่อนแป้งทั้ง 2 ชนิดรวมกัน ใส่เนยรำข้าวกับน้ำมันพืชลงในแป้ง แล้วนวดจนปั้นเป็นก้อนได้ เสร็จแล้วใช้พลาสติกคลุมไม่ให้อากาศเข้า พักแป้งไว้ 30 นาที

     5. พอครบ 30 นาที แบ่งแป้งชั้นนอกกับแป้งชั้นในออกเป็นชนิดละ 10 ก้อน โดยแป้งชั้นใน ปั้นก้อนละ 13 – 14 กรัม และแป้งชั้นนอก ปั้นก้อนละ 35 – 36 กรัม แล้วห่อแป้งชั้นนอกกับชั้นในเข้าด้วยกัน แล้วใส่กล่องปิดฝาให้สนิท พักแป้ง 1 คืน  ไม่ต้องแช่ตู้เย็นวางไว้อุณหภูมิห้อง จากนั้นนำแป้งที่เราหมักไว้ 1 คืนมารีดเป็นรูปวงรียาว ๆ แล้วม้วนให้เป็นแท่ง เสร็จแล้วใส่กล่องปิดฝาให้สนิท พักแป้ง 20 – 30 นาที

     6. พอครบ 30 นาทีก็มารีดอีกครั้ง ให้รีดตามยาวแล้วม้วนให้แน่น  เสร็จแล้วใส่กล่องปิดฝาให้สนิท พักแป้ง 20 – 30 นาที หลังจากนั้น ตัดแป้งออกเป็น 2 ชิ้นแล้วรีดให้เป็นรูปกลม ๆ ใส่ไส้ลาวาลงไป (รีดแป้งให้เสร็จก่อนค่อยห่อไส้ เพราะตัวไส้ละลายเร็ว)

     7. เมื่อทำเสร็จแล้ว จัดเรียงใส่ถาด นำเข้าเตาอบ ใช้ไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 190 องศาเซลเซียส อบรอบแรก ประมาณ 5 – 6 นาที แล้วนำออกมาทาหน้าด้วยไข่แดง จากนั้นอบรอบที่สอง ประมาณ 4 – 5 นาที แล้วนำออกจากเตาพักให้เย็น เท่านี้เราก็จะได้ขนมเปี๊ยะไข่เค็มลาวาแล้วค่ะ

     เป็นอย่างไรบ้างคะเพื่อน ๆ กับ 4 สูตรขนมสร้างอาชีพ ให้กับเพื่อน ๆ ได้ หรือจะทำเป็นของทานเล่นที่บ้านก็ดีงามไปอีก อย่างไรก็ตาม หากเพื่อน ๆ คิดจะลงทุนขายขนม จะต้องมีสูตรขนมอร่อย ๆ แบบนี้ไว้ทำขายแล้วนะคะ

และขอแนะนำบทความ เมนูกล้วย ๆ จากกล้วยน้ำว้า ทำง่าย กินอร่อย ที่จะพาเพื่อน ๆ มาทำอาหารจากกล้วยน่าทาน แถมยังอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน รวมไปถึงวิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *